Get Adobe Flash player
Menu-Home
Menu-Travel
Menu-Culture
Menu-Food
Menu-Hotel
Menu-Calendar
Menu-Event
Menu-Contact
2013-03-L2013-03-R
ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่...เชียงใหม่
สุขทั้งใจ สุขทั้งกาย และช่วยลดพลังงาน

                วันก่อน..ผมมีโอกาสได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับท่าน ผอ.วิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ เกี่ยวกับโครง Green & Slow Travel ที่จะจัดขึ้นในพื้นที่เขตรับผิดชอบ 3 จังหวัดภาคเหนือ คือจังหวัดเชียงใหม่, ลำพูน และลำปาง ซึ่งโครงการนี้จะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยว...เที่ยวในเชิงอนุรักษ์ เที่ยวแบบไม่ต้องเร่งรีบ โดยใช้การเดินเที่ยว หรือปั่นจักรยานเที่ยว ซึ่งได้ออกกำลังกายแถมยังช่วยลดพลังงาน และลดมลพิษอีกต่างหาก

                ผอ.วิสูตร บัวชุม ได้เกริ่นกับผมว่า ในจังหวัดเชียงใหม่จะเน้นให้นักท่องเที่ยวเดินเที่ยวหรือปั่นจักรยานเที่ยวบริเวณรอบๆคู่เมืองของนครเชียงใหม่ ซึ่งมีโบราณสถานที่น่าชื่นชมอยู่มากมาย ตลอดจนกิจกรรมถนนคนเดินทุกๆวันเสาร์,วันอาทิตย์ ส่วนที่จังหวัดลำพูน ชวนให้นั่งรถรางชมเมืองเก่า หรือปั่นจักรยานเพื่อศึกษานครโบราณกว่า 1,400 ปี และที่จังหวัดลำปาง ชวนนั่งรถม้าท่องทั่วนครลำปาง หรือปั่นจักรยานชมแหล่งผลิตเซรามิกที่ขึ้นชื่อของจังหวัด

                เกริ่นกันมาจนหมด จนอดใจไม่ได้จริงๆ ว่าแล้วใน...ทริปนี้ Welcome magazine for free ขอเลือกที่จะพาทุกท่านไปปั่นจักรยานเที่ยวคู่เมืองย่านเวียงเชียงใหม่กันดีกว่า ก่อนอื่นเราต้องเตรียมเป้สะพายเอาไปด้วย เวลาปั่นจักรยานจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องสำภาระที่ติดตัวไป และที่สำคัญก็...สะตุ้งสตางค์ ด้วยนะครับ

                ทริปนี้...นั่งเครื่องไปกับ “ไทยสมายล์” มาลงที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ในช่วงเย็น แล้วเลือกเข้าพักที่โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว เพราะเป็นโรงแรมที่มีห้างสรรพสินค้าติดกัน (หากต้องการอะไรก็หาซื้อได้ง่าย และไม่ไกลจากคู่เมืองด้วย) ก่อนเข้าพักเราได้ติดต่อที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสให้เตรียมจักรยานไว้ให้ด้วย คืนนี้..ผมหลับสบายเพื่อเตรียมตัวตะลุยวันรุ่งขึ้นของวันใหม่

                ยิ้มรับตะวัน...รุ่งอรุณวันเสาร์ เราสตาร์ทกันเลยจากโรงแรมผ่านหน้าห้างกาดสวนแก้ว แล้วเข้าสู่คู่เมืองเชียงใหม่ สิ่งแรกที่ได้เห็น คือวัดโลกโมฬี ที่แห่งนี้มีความสวยงามมากๆ ตั้งอยู่เลขที่ 229 ถนนมณีนพรัตน์ ตำบลศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๗๐ โดยพระเกษเกล้าโปรดให้ยกบ้านหัวเวียงให้เป็นวัด จากนั้นได้สร้างเจดีย์ และวิหาร ในปี พ.ศ. ๒๐๗๑ เมื่อพระเกษเกล้า ฯ สวรรคตได้นำอัฐิมาบรรจุที่เจดีย์ของวัดนี้ด้วย วัดโลกโมฬีได้กลายเป็นวัดร้างมาหลายร้อยปี ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2544 คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ได้ทำการรื้อฟื้นจากการเป็นวัดร้างให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ ได้ดำเนินการพัฒนาบูรณะวัดโลกโมฬี จนกระทั่งวันที่ 9 ตุลาคม 2544 กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติให้ยกฐานะจากวัดร้าง มาเป็นวัดมีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ข้อมูลนี้ได้มากจากโบชัวร์ในร้านกาแฟที่อยู่ด้านหน้าของวัด ซึ่งมีไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ

                ไปต่อกันที่หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ใกล้กับพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ พื้นที่บริเวณนี้ เดิมเคยใช้เป็นที่ตั้งหอคำของพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ เมื่อปี พ.ศ.2467 สมัยราชกาลที่ 6 ได้ใช้พื้นที่สร้างเป็นศูนย์ราชการ ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ต่อมาเป็นศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ได้ย้ายไป ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ได้ขอปรับใช้เป็นหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ โดยจัดเป็นส่วนแสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้เรียนรู้ถึงคุณค่าของประวัติศาสตร์ ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมและประเพณีของชาวล้านนา รวมทั้งห้องจำหน่ายของที่ระลึก ห้องสารสนเทศ ห้องภูมิปัญญาคนเมือง ค่าเข้าชมสำหรับบุคคลทั่วไป 20 บาท, เด็กนักเรียน, นักศึกษา 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 90 บาท, เด็ก 40 บาท  เปิดให้ชมทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น. (ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

                หอจากหอศิลปะฯ เราเลือกเส้นทางด้านตะวันตก มีวัดให้ชื่นชมและศึกษาอยู่มากมาย เช่น วัดดับภัย, วัดเจดีย์หลวงวรมหาวิหาร, วัดหม้อคำตวง, วัดป่าพร้าวใน, วัดผาบ่อง, วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร, ประตูสวนปรุง, แจ่งกู่เฮือน แล้วแวะพักเหนื่อยที่สวนสาธารณะหนองบวกหาด ที่แห่งนี้ร่มรื่นทั้งวัน ในน้ำมีปลาตัวใหญ่ ในนา...เฮ้ย ในสวนมีนกเขาจำนวนมาก เราซื้ออาหารให้พวกมันได้กินอย่างสนุกและชื่นใจ พอหายเหนื่อยเราก็ไปกันต่อที่ประตูท่าแพ ถือเป็นย่านที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นมากๆ บางก็ควงคู่กันเดิน บ้างก็นั่งดื่มกินตามร้านอาหาร บ้างก็ปั่นจักรยานมาเป้นกลุ่มๆ ทั้งชาวตะวันตกและเอเชีย หรือทุกทิศทั่วโลก...ว่างั้นเถอะ

                ก่อนกลับเข้าที่พัก เราย้อนกลับไปทางคู่เมืองด้านนอก เพื่อเข้าสู่ประตูเชียงใหม่ และไปเดินเที่ยวถนนคนเดินบนถนนวัวลาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในคืนวันเสาร์ ถนนแห่งนี้มีร้านจำหน่ายเครื่องเงินอันเก่าแก่ มีอาหารพื้นเมือง มีสินค้าที่ทำกับมือ ฯลฯ วางจำหน่ายอยู่มากมาย   

                เราเที่ยวไปศึกษาไปอย่างไม่เร่งรีบ รู้สึกเหนื่อยก็พักตามใจชอบ เพราะรอบๆคู่เมืองมีอากาศที่สดใส มีน้ำพุและต้นไม้รอบๆคู่เมือง มีโบราณสถานอยู่มากมาย และมีม้านั่งพักพิงที่มีโลเคชันแตกต่างกันไปตลอดเส้นทาง (ปั่นจักรยานกี่รอบๆก็ไม่รู้สึกเหนื่อยเลยครับ) ทุกเส้นทางจะเห็นนักท่องเที่ยวปันจักรยานหรือเดินเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก ถือเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เล็งเห็นความสำคัญของการประหยัดพลังงาน และช่วยลดมลภาวะทางอากาศ ผมขอยกนิ้วให้ครับ..

อ่าน E-book Magazine

facebooklogo
member